พร้อมฟังข่าว
อุปกรณ์หรือเบราว์เซอร์นี้ยังไม่รองรับการอ่านออกเสียง
พื้นไม้เป็นหนึ่งในวัสดุที่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านและอาคาร โดยเฉพาะบริเวณระเบียง สวน ทางเดิน หรือพื้นที่รอบสระว่ายน้ำ แต่สำหรับพื้นที่ภายนอกที่ต้องเจอกับแดด ฝน และความชื้นอยู่เป็นประจำ การเลือกใช้ไม้จริงอาจต้องคำนึงถึงการดูแลรักษาในระยะยาว
พื้นไม้เทียม WPC จึงเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความสนใจ เพราะเป็นวัสดุคอมโพสิตที่นำคุณสมบัติของไม้และพลาสติกมาผสมกัน เพื่อให้ได้วัสดุที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงไม้จริงและเหมาะกับการใช้งานภายนอก
แล้วพื้นไม้เทียม WPC คืออะไร ผลิตอย่างไร และแตกต่างจากไม้จริงในด้านไหนบ้าง? บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักตั้งแต่คุณสมบัติของวัสดุ ไปจนถึงวิธีเลือกพื้นให้เหมาะกับการใช้งาน
พื้นไม้เทียม WPC คืออะไร
WPC ย่อมาจาก Wood Plastic Composite หรือวัสดุคอมโพสิตที่เกิดจากการผสมระหว่างวัสดุจากไม้ เช่น ผงไม้หรือเส้นใยไม้ กับพลาสติกหรือโพลิเมอร์ ก่อนนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ตามลักษณะการใช้งาน
การนำวัสดุทั้งสองประเภทมาผสมกันมีเป้าหมายเพื่อรวมจุดเด่นของไม้และพลาสติกเข้าด้วยกัน โดย WPC สามารถนำไปผลิตเป็นพื้น ระแนง ผนัง และวัสดุตกแต่งภายนอกได้
สำหรับพื้น WPC สิ่งที่ผู้ใช้งานให้ความสำคัญคือรูปลักษณ์ที่มีลายคล้ายไม้ การดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก และความเหมาะสมกับพื้นที่ภายนอกที่ต้องเจอความชื้นและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม WPC แต่ละรุ่นไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด เพราะสัดส่วนของไม้ ชนิดของพลาสติก กระบวนการผลิต โครงสร้างภายใน และชั้นป้องกันผิว ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
WPC ของ DB แตกต่างอย่างไร
พื้นไม้เทียม WPC ของ DB เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุผสมระหว่างผงไม้กับโพลิเมอร์พลาสติก และมีผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียมที่ใช้เทคโนโลยี Co-Extrusion HDPE เพื่อเพิ่มชั้นป้องกันบริเวณผิว
แนวคิดของการผลิตแบบ Co-Extrusion คือการขึ้นรูปวัสดุพร้อมกับชั้นป้องกันผิวในกระบวนการผลิต ทำให้ชั้นผิวทำหน้าที่ช่วยปกป้องวัสดุด้านในจากปัจจัยภายนอกได้มากขึ้น
ข้อมูลของ Do Best Trading ระบุว่าพื้น WPC ของ DB มีโครงสร้างแบบรูกลมกลวง และออกแบบสำหรับงานพื้นภายนอก เช่น พื้นระเบียงและพื้นที่รอบสระว่ายน้ำ
กระบวนการผลิตพื้นไม้เทียม WPC
โดยทั่วไปการผลิต WPC จะเริ่มจากการเตรียมวัสดุจากไม้และพลาสติก จากนั้นนำมาผสมกับสารเติมแต่งที่เหมาะสม ก่อนเข้าสู่กระบวนการให้ความร้อนและขึ้นรูปเป็นชิ้นงาน
กระบวนการผลิตที่ควบคุมอย่างเหมาะสมมีผลต่อความสม่ำเสมอของวัสดุ ความแข็งแรง การดูดซึมน้ำ และความคงตัวของผลิตภัณฑ์เมื่อใช้งานจริง
สำหรับ WPC ที่ใช้เทคโนโลยี Co-Extrusion จะมีการสร้างชั้นวัสดุบริเวณผิวเพิ่มเติมในกระบวนการขึ้นรูป ซึ่งช่วยเพิ่มคุณสมบัติด้านการปกป้องผิวและการต้านทานปัจจัยภายนอก ทั้งนี้ ประสิทธิภาพจริงควรพิจารณาตามรายละเอียดและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น
งานวิจัยเกี่ยวกับ WPC พบว่าวัสดุประเภทนี้โดยทั่วไปมีการดูดซึมน้ำช้ากว่าไม้จริง แต่ความชื้นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของ WPC ในระยะยาว ดังนั้นการออกแบบ การติดตั้ง และการระบายน้ำจึงมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกวัสดุ
เปรียบเทียบพื้นไม้เทียม WPC กับไม้จริง

การเลือกระหว่าง WPC กับไม้จริงไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกบ้าน เพราะวัสดุแต่ละประเภทเหมาะกับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน
| หัวข้อ | พื้นไม้เทียม WPC | ไม้จริง |
|---|---|---|
| รูปลักษณ์ | มีลายและผิวสัมผัสที่ออกแบบให้คล้ายไม้ | มีลายไม้และสีตามธรรมชาติ |
| ความชื้น | ดูดซึมน้ำโดยทั่วไปน้อยกว่าไม้จริง แต่ขึ้นอยู่กับสูตรและโครงสร้าง | ไวต่อความชื้นและต้องเลือกชนิดไม้ให้เหมาะกับพื้นที่ |
| การดูแลรักษา | โดยทั่วไปดูแลรักษาง่ายกว่า | อาจต้องเคลือบสีหรือน้ำยาปกป้องเนื้อไม้เป็นระยะ |
| ปลวกและแมลง | ไม่มีเนื้อไม้ธรรมชาติแบบไม้จริง จึงลดปัญหาจากแมลงที่กินไม้ได้ แต่ควรพิจารณาตามสูตรวัสดุ | มีโอกาสได้รับความเสียหายจากปลวกและแมลงกินไม้ |
| การใช้งานภายนอก | เหมาะกับงานภายนอกหลายประเภท โดยต้องติดตั้งตามคำแนะนำ | ใช้ภายนอกได้ แต่ต้องเลือกชนิดไม้และดูแลรักษาอย่างเหมาะสม |
| การซ่อมบำรุง | เน้นการทำความสะอาดและตรวจสอบสภาพการติดตั้ง | อาจมีค่าใช้จ่ายในการขัด เคลือบ หรือซ่อมผิวไม้ |
| ราคา | ราคาขึ้นอยู่กับเกรด เทคโนโลยี และโครงสร้างของ WPC | แตกต่างกันมากตามชนิดและเกรดของไม้ |
| อายุการใช้งาน | ขึ้นอยู่กับคุณภาพวัสดุ การติดตั้ง และสภาพแวดล้อม | ขึ้นอยู่กับชนิดไม้ การใช้งาน และการดูแลรักษา |
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาวัสดุสำหรับทำพื้นระเบียงหรือพื้นที่ภายนอก สามารถดูรายละเอียด DB พื้นไม้เทียม WPC เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับงานได้
ข้อดีของพื้นไม้เทียม WPC ที่แตกต่างจากไม้จริง
จุดเด่นของ WPC คือการนำวัสดุจากไม้และพลาสติกมาผสมกัน ทำให้สามารถออกแบบคุณสมบัติของวัสดุให้เหมาะกับงานตกแต่งภายนอกมากขึ้น
1. ทนต่อความชื้นได้ดีกว่าไม้จริงโดยทั่วไป
พลาสติกในโครงสร้าง WPC ช่วยลดการดูดซึมน้ำเมื่อเทียบกับไม้จริง จึงเหมาะกับบริเวณที่มีโอกาสสัมผัสความชื้น เช่น ระเบียง พื้นรอบสระว่ายน้ำ หรือพื้นที่สวน
อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการสรุปว่า WPC ทุกชนิด “กันน้ำ 100%” เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นมีสูตรและโครงสร้างแตกต่างกัน และความชื้นยังสามารถส่งผลต่อวัสดุ WPC ในระยะยาวได้
2. ลดปัญหาปลวกและแมลงกินไม้
WPC ไม่มีโครงสร้างเป็นไม้จริงทั้งชิ้น จึงช่วยลดปัญหาที่มักเกิดกับพื้นไม้ธรรมชาติ โดยเฉพาะความเสียหายจากแมลงที่กินไม้
อย่างไรก็ตาม หากเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ควรตรวจสอบข้อมูลการทดสอบและการรับประกันของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ
3. ดูแลรักษาง่าย
พื้น WPC ไม่จำเป็นต้องดูแลในลักษณะเดียวกับไม้จริง เช่น การขัดหรือเคลือบผิวไม้เป็นประจำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์และสภาพการใช้งาน
สำหรับรุ่นที่มีชั้นป้องกันผิว เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดการสัมผัสโดยตรงของวัสดุด้านในกับสภาพแวดล้อมได้อีกระดับหนึ่ง
4. ได้ความสวยงามแบบไม้โดยไม่ต้องใช้ไม้จริงทั้งชิ้น
พื้น WPC สามารถออกแบบลาย สี และพื้นผิวให้มีลักษณะใกล้เคียงไม้จริง จึงเหมาะกับบ้านและอาคารที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่นแบบไม้ แต่ต้องการวัสดุที่เหมาะกับการใช้งานภายนอก
พื้นไม้เทียม WPC เหมาะกับพื้นที่แบบไหน
การเลือกพื้น WPC ควรเริ่มจากสภาพแวดล้อมของพื้นที่ ไม่ใช่ดูเฉพาะสีหรือลายไม้เท่านั้น
ระเบียงบ้าน
เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการสร้างบรรยากาศแบบธรรมชาติ โดยสามารถออกแบบร่วมกับสวน ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ภายนอกได้
พื้นรอบสระว่ายน้ำ
บริเวณรอบสระเป็นพื้นที่ที่ต้องเจอกับน้ำและความชื้นอยู่เป็นประจำ การเลือกวัสดุที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมจึงมีความสำคัญ โดยควรพิจารณาทั้งคุณสมบัติของวัสดุ ระบบระบายน้ำ และวิธีติดตั้ง
สวนและพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้ง
WPC สามารถนำมาใช้ทำพื้นที่นั่งเล่น ทางเดิน หรือมุมพักผ่อนในสวน เพื่อสร้างความต่อเนื่องระหว่างตัวบ้านกับพื้นที่สีเขียว
ทางเดินภายนอกอาคาร
สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานตกแต่งพื้นที่ภายนอกได้ โดยควรออกแบบโครงสร้างรองรับและระยะติดตั้งให้เหมาะกับรุ่นของผลิตภัณฑ์
ราคาพื้นไม้เทียม WPC คุ้มค่ากว่าไม้จริงไหม
หากเปรียบเทียบเพียงราคาซื้อวัสดุต่อตารางเมตร อาจยังไม่สามารถบอกได้ว่า WPC หรือไม้จริงมีความคุ้มค่ากว่ากัน เพราะต้นทุนจริงควรรวมค่าโครงสร้าง ค่าติดตั้ง ค่าเคลือบผิว ค่าดูแลรักษา และค่าเปลี่ยนหรือซ่อมแซมในอนาคต
ตัวอย่างเช่น ไม้จริงบางชนิดอาจมีราคาวัสดุสูงหรือต่ำกว่า WPC แต่เมื่อใช้งานภายนอกเป็นเวลานาน อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการบำรุงรักษา ขึ้นอยู่กับชนิดไม้และสภาพแวดล้อม
ในทางกลับกัน WPC ที่มีเทคโนโลยีการป้องกันผิวอาจมีราคาซื้อเริ่มต้นสูงกว่า WPC รุ่นทั่วไป แต่สามารถลดภาระในการดูแลรักษาได้ในระยะยาว
ดังนั้น หากต้องการเปรียบเทียบความคุ้มค่า ควรดูเป็น ต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน (Life Cycle Cost) มากกว่าดูเฉพาะราคาซื้อครั้งแรก
วิธีเลือกพื้นไม้เทียม WPC ให้เหมาะกับบ้าน
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาอย่างน้อย 5 เรื่อง ได้แก่
- ตำแหน่งติดตั้ง — เป็นพื้นที่ในร่มหรือกลางแจ้ง และต้องเจอแดดฝนมากน้อยแค่ไหน
- โครงสร้างของ WPC — ตรวจสอบรูปแบบภายใน เช่น แบบกลวงหรือแบบตัน และความเหมาะสมกับน้ำหนักที่รับ
- ชั้นป้องกันผิว — หากต้องติดตั้งกลางแจ้ง ควรพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์มีเทคโนโลยีป้องกัน UV ความชื้น และคราบสกปรกหรือไม่
- ระบบติดตั้ง — ระยะโครงคร่าว คลิป และช่องว่างสำหรับการขยายตัวต้องเป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- การรับประกันและบริการหลังการขาย — ควรเลือกผู้จำหน่ายที่มีข้อมูลผลิตภัณฑ์และสามารถให้คำแนะนำเรื่องการติดตั้งได้
การพิจารณาเหล่านี้จะช่วยให้เลือกพื้น WPC ได้ตรงกับลักษณะพื้นที่มากกว่าการเลือกจากสีและราคาเพียงอย่างเดียว
สรุป — เลือกพื้นไม้เทียม WPC หรือไม้จริงให้ตอบโจทย์บ้าน
พื้นไม้เทียม WPC เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรูปลักษณ์ใกล้เคียงไม้ แต่ต้องการวัสดุที่เหมาะกับการใช้งานภายนอกและดูแลรักษาไม่ยุ่งยากเท่าไม้จริง โดยเฉพาะพื้นที่อย่างระเบียง สวน ทางเดิน และบริเวณรอบสระว่ายน้ำ
ขณะที่ไม้จริงยังมีจุดเด่นด้านความเป็นธรรมชาติ ลวดลาย และเอกลักษณ์ของวัสดุ ซึ่งอาจเหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของไม้แท้และยอมรับการดูแลรักษาที่มากขึ้น
ดังนั้น การเลือกวัสดุที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก สภาพพื้นที่ งบประมาณ รูปแบบการใช้งาน การบำรุงรักษา และอายุการใช้งานที่ต้องการ
หากกำลังมองหาพื้นไม้เทียมสำหรับงานภายนอก สามารถศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์ DB พื้นไม้เทียม WPC และวัสดุตกแต่งอื่น ๆ จาก Do Best Trading เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลักษณะงานของคุณ





เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น