การเมือง

สงครามภาษีโลกระอุ ไทยจะเป็นผู้ชนะหรือเหยื่อรายต่อไป

สงครามภาษีสหรัฐ
🔊
THAI iSN LISTENฟังข่าวนี้เลือกฟังเนื้อหาแทนการอ่าน

​ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ 19% ท่ามกลางสงครามการค้าโลกที่ยังไม่จบ วิเคราะห์ความเสี่ยงสินค้าสวมสิทธิ ผลกระทบส่งออกปี 2026 และโอกาสที่ไทยอาจคว้าไว้ได้

สรุปไทม์ไลน์มาตรการภาษีทรัมป์ที่กระทบไทย

สงครามภาษีสหรัฐ
  • พฤศจิกายน 2024: โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง ชูนโยบาย “America First 2.0”
  • มกราคม 2025: เข้ารับตำแหน่งและลงนามคำสั่งประกาศเก็บภาษีตอบโต้ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ
  • กลางปี 2025: ประกาศใช้มาตรการ Reciprocal Trade Act พร้อมเปิดฉากไต่สวนสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากเอเชีย
  • ต้นปี 2026: มาตรการภาษีระลอกใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ ส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกทั่วโลก รวมถึงไทย

ไทยโดนภาษีเท่าไหร่? เทียบกับประเทศคู่แข่งในอาเซียน

สงครามภาษีสหรัฐ
  • ประเทศไทย: โดนอัตราภาษีเฉลี่ยใหม่พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 19% (จากเดิมเฉลี่ย ~3-4%)
  • เวียดนาม: โดนกดดันหนักที่สุดในภูมิภาค อัตราภาษีอาจสูงถึง 20-25% เนื่องจากเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในปริมาณมหาศาล
  • มาเลเซีย: โดนภาษีที่ราว 15-18% โดยเน้นกระทบกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
  • อินโดนีเซีย / ฟิลิปปินส์: รับแรงกระแทกน้อยกว่า อยู่ที่ราว 10-12% เนื่องจากดุลการค้าค่อนข้างสมดุล

ปัญหา “สินค้าสวมสิทธิ” (Transshipment) ทำไมไทยถึงเสี่ยง?

  • สินค้าสวมสิทธิคืออะไร: การนำสินค้าหรือวัตถุดิบจากจีนมาส่งผ่านไทย ปรับเปลี่ยนป้ายหรือประกอบเพียงเล็กน้อย แล้วส่งออกไปสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงภาษีจีน
  • ความเสี่ยงของไทย: สหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้กฎแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ที่เข้มงวด โดยกำหนดสัดส่วนการผลิตในประเทศ (Local Content) ไม่น้อยกว่า 60%
  • ผลกระทบ: อุตสาหกรรมไทยที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจีนสูง เช่น โซลาร์เซลล์, อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วน EV จะไม่ผ่านเกณฑ์ และเสี่ยงโดนอัตราภาษีลงโทษสูงถึง 40%

ฐานกฎหมายภาษีสหรัฐฯ เปลี่ยนไปอย่างไร หลังศาลสั่งเบรก IEEPA?

  • การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย: ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่าการใช้กฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) เพื่อจัดเก็บภาษีขาเข้าแบบครอบจักรวาลเป็นการ “เกินขอบเขตอำนาจฝ่ายบริหาร”
  • เครื่องมือใหม่ที่รัฐบาลทรัมป์นำมาใช้แทน:
    • Section 301 (Trade Act of 1974): เจาะจงลงโทษประเทศที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบทางการค้า หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
    • Section 122: ประกาศขึ้นภาษีชั่วคราวฉุกเฉิน (สูงสุด 15% ไม่เกิน 150 วัน) เพื่อแก้วิกฤตการขาดดุลการค้าที่รุนแรง

ผลกระทบต่อการส่งออกไทยปี 2026

  • ประมาณการภาพรวม: SCB EIC ประเมินว่าการส่งออกไทยในปี 2026 มีความเสี่ยงที่จะ ติดลบ 1.5%
  • ปัจจัยกดดันสำคัญ:
    1. ​แรงหนุนพิเศษจากการเร่งส่งออกล่วงหน้า (Front-loading) ในปี 2025 ได้หมดลงแล้ว
    2. ​มาตรการภาษีของสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบอย่างเต็มรูปแบบเต็มปี
    3. ​กำลังซื้อชะลอตัวลงในตลาดคู่ค้าหลัก ทั้งสหรัฐฯ และจีน

ธุรกิจไทยกลุ่มไหนเสี่ยงมากที่สุด และควรรับมืออย่างไร?

สงครามภาษีสหรัฐ
  • กลุ่มธุรกิจเสี่ยงสูง:
    • แผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์พลังงาน: โดนเพ่งเล็งเรื่องสวมสิทธิวัตถุดิบจีนมากที่สุด
    • อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า: ต้นทุนสูงขึ้น และใช้ชิ้นส่วนจากจีนสวมสิทธิได้ยากขึ้น
    • เหล็ก อลูมิเนียม และชิ้นส่วนยานยนต์: โดนมาตรการภาษีซ้ำซ้อน
  • กลยุทธ์การรับมือ:
    • Increase Local Content: เร่งปรับห่วงโซ่อุปทาน ลดการใช้วัตถุดิบจีน และเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในไทยหรืออาเซียนให้เกิน 60%
    • Diversify Markets: กระจายความเสี่ยงการส่งออกไปยังตลาดใหม่ เช่น อินเดีย ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา
    • Audit & Compliance: ทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ของสินค้า เพื่อโปร่งใสและยืนยันความถูกต้องกับศุลกากรสหรัฐฯ

​โอกาสของไทยท่ามกลางวิกฤต: ใครได้ประโยชน์จากการย้ายฐานผลิต?

  • นิคมอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม (เช่น WHA, AMATA): ได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากกลุ่มทุนจีนและไต้หวันที่ย้ายฐานการผลิตมาตั้งโรงงานจริงในไทย เพื่อหลบหลีกสงครามภาษี
  • อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและเกษตรกรรม: เป็นสินค้าจำเป็นที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้
  • ธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้า: ได้รับประโยชน์จากความต้องการคลังสินค้าและการจัดการแพ็กเกจจิ้งที่เพิ่มขึ้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น

  • เชื่อมต่อจากประเทศไทยและเข้าสู่ระบบด้วย Facebook
  • อีเมลต้องยืนยันแล้ว และหมายเลขโทรศัพท์ไทยต้องผ่าน OTP
  • ห้ามบอท สแปม ลิงก์หรือข้อมูลติดต่อที่ลงท้ายด้วย .ru
edit_note

ร่วมแสดงความคิดเห็น

shield_lockอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่
ทุกความคิดเห็นจะแสดงหลังผ่านการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บไซต์