พร้อมฟังข่าว
อุปกรณ์หรือเบราว์เซอร์นี้ยังไม่รองรับการอ่านออกเสียง
ใจสั่น หัวใจเต้นแรง หรือเหมือนมีจังหวะสะดุด แต่พอไปตรวจ ECG กลับปกติ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ? หมอเจดอธิบายสาเหตุ พร้อมวิธีตรวจที่อาจช่วยจับความผิดปกติได้ แม้อาการจะไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา
หลายคนอาจเคยมีอาการใจสั่น ใจเต้นแรง หัวใจเหมือนสะดุด หรือบางช่วงเต้นเร็วผิดปกติ แต่พอไปโรงพยาบาลและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ ECG กลับพบว่าผลเป็นปกติ จนเกิดคำถามว่า แล้วอาการที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คืออะไร และเครื่องตรวจพลาดหรือไม่
วันที่ 14 กันยายน 2569 เพจ หมอเจด โดย นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา อธิบายว่า อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเป็น ๆ หาย ๆ สามารถเกิดขึ้นได้จริง และการตรวจ ECG ในช่วงที่หัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติแล้วอาจไม่พบความผิดปกติ เนื่องจาก ECG เป็นการบันทึกจังหวะหัวใจในช่วงเวลาที่ตรวจเท่านั้น ไม่สามารถย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นได้
ECG ปกติ ไม่ได้แปลว่าไม่เคยหัวใจเต้นผิดจังหวะ
หัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่อาจมาเป็นช่วง ๆ เช่น อยู่ดี ๆ หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอเป็นเวลาหลายนาที แล้วกลับมาเป็นปกติเอง หรือบางคนอาจมีอาการเพียงสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้ง
ตัวอย่างหนึ่งคือ Atrial fibrillation (AF) หรือภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว ซึ่งในบางคนเกิดขึ้นเป็นพัก ๆ ช่วงที่มีอาการอาจรู้สึกใจสั่น ชีพจรเร็วและไม่สม่ำเสมอ แต่เมื่อกลับเข้าสู่จังหวะปกติแล้ว ECG ก็อาจไม่พบความผิดปกติ
ดังนั้น การประเมินจึงไม่ได้ดูเพียงว่า “ECG ปกติหรือไม่” แต่ต้องพยายามบันทึกจังหวะหัวใจในช่วงที่มีอาการให้ได้ด้วย
ถ้าไม่ได้เป็นทุกวัน อาจต้องตรวจนานขึ้น
สำหรับคนที่มีอาการใจสั่นบ่อย แพทย์อาจพิจารณาใช้ Holter monitor ซึ่งเป็นเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกติดตัว โดยอาจบันทึกต่อเนื่อง 24-48 ชั่วโมง หรือยาวนานกว่านั้นตามความถี่ของอาการ
หากมีอาการแทบทุกวัน การตรวจ 24 ชั่วโมงอาจมีโอกาสจับความผิดปกติได้มากขึ้น แต่ถ้าเกิดเพียงสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้ง อาจต้องใช้เครื่องบันทึกที่สามารถติดตามได้นานกว่าเดิม หรืออุปกรณ์ที่ให้ผู้ป่วยกดบันทึกเมื่อเริ่มมีอาการ
หลักสำคัญคือ ยิ่งอาการเกิดห่างกันมาก ก็ยิ่งต้องเพิ่มระยะเวลาการติดตาม เพื่อเพิ่มโอกาสจับความผิดปกติให้ทัน

สมาร์ตวอตช์ช่วยเก็บข้อมูลได้ แต่ไม่ใช่การวินิจฉัย
ปัจจุบันสมาร์ตวอตช์บางรุ่นสามารถวัดชีพจรและบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบ 1 ช่องได้ หากเกิดอาการใจสั่นแล้วมีข้อมูลหรือกราฟบันทึกไว้ก็ควรเก็บไว้ให้แพทย์ดู เพราะอาจช่วยเป็นเบาะแสสำคัญในการประเมิน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสมาร์ตวอตช์ยังมีข้อจำกัด และอาจคลาดเคลื่อนได้จากการขยับแขนหรือสัญญาณรบกวน จึงไม่สามารถใช้แทนการตรวจและวินิจฉัยโดยแพทย์ได้
ใจสั่นไม่ได้หมายความว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะเสมอไป
อาการใจสั่นอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นหัวใจเต้นเร็วจริง มีจังหวะเต้นก่อนกำหนด หรือเพียงรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นทั้งที่จังหวะยังปกติ
นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่น เช่น นอนน้อย ดื่มกาแฟมาก ความเครียด มีไข้ ขาดน้ำ ภาวะโลหิตจาง ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป หรือยาบางชนิด ดังนั้น แพทย์อาจต้องพิจารณาทั้งอาการร่วม ประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และการตรวจเลือดประกอบกันด้วย
ใจสั่นแบบไหนควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการใจสั่นร่วมกับเจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หน้ามืดมาก เป็นลม ชีพจรเร็วมากต่อเนื่อง อ่อนแรงผิดปกติ หรือมีโรคหัวใจอยู่เดิม ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ โดยเฉพาะกรณีใจสั่นร่วมกับการเป็นลม ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงความเครียด
สำหรับคนที่มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ การจดข้อมูลไว้จะช่วยแพทย์ประเมินได้มากขึ้น เช่น เกิดอาการเมื่อไร กำลังทำอะไรอยู่ อาการเกิดขึ้นทันทีหรือค่อย ๆ เป็น ชีพจรประมาณเท่าไร เต้นสม่ำเสมอหรือเหมือนมีจังหวะสะดุด นานกี่นาที รวมถึงมีเจ็บหน้าอก หอบ หน้ามืด หรือเป็นลมหรือไม่ และก่อนเกิดอาการมีดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ ออกกำลังกาย หรืออดนอนหรือเปล่า
หากมีอุปกรณ์ที่สามารถบันทึก ECG ได้ ก็ควรเก็บข้อมูลในช่วงที่มีอาการไว้ให้แพทย์ดูด้วย
สรุปแล้ว ECG ปกติในวันที่ไม่มีอาการ ไม่ได้หมายความว่าไม่เคยเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เพราะการตรวจเป็นเพียงการดูจังหวะหัวใจในช่วงเวลานั้น หากอาการเกิดขึ้นเป็นพัก ๆ แพทย์อาจพิจารณาใช้ Holter หรือเครื่องบันทึกหัวใจที่ติดตามได้นานขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสจับความผิดปกติในช่วงที่เกิดอาการจริง
ดังนั้น หากมีอาการซ้ำ ๆ อย่าเพิ่งสรุปว่าไม่มีอะไรจากผล ECG เพียงครั้งเดียว การเก็บเวลา ลักษณะอาการ ชีพจร และข้อมูลจากอุปกรณ์ที่บันทึกได้ จะช่วยให้แพทย์หาสาเหตุได้ตรงจุดมากขึ้น





เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น