พร้อมฟังข่าว
อุปกรณ์หรือเบราว์เซอร์นี้ยังไม่รองรับการอ่านออกเสียง
การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่มีคำถามมากมาย และหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ ตรวจ DNA แล้วสามารถรู้เพศลูกในท้องได้หรือไม่ และต้องรอถึงเมื่อไรจึงจะทราบผล ปัจจุบันการตรวจสารพันธุกรรมจากเลือดของคุณแม่สามารถนำมาใช้เพื่อประเมินข้อมูลเกี่ยวกับทารกในครรภ์ได้ โดยการตรวจแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และรายละเอียดแตกต่างกัน
สำหรับผู้ที่สนใจเรื่อง การตรวจ DNA ก่อนคลอด ควรทำความเข้าใจก่อนว่า การตรวจเพื่อดูเพศทารก เช่น NIPT กับการตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างพ่อกับลูกเป็นคนละการตรวจ แม้ทั้งสองอย่างจะเกี่ยวข้องกับ DNA ก็ตาม
สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ [การตรวจ DNA และการตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา] เพิ่มเติมได้จาก BCC Group
ตรวจ DNA ก่อนคลอดรู้เพศลูกได้จริงหรือไม่
ตอบ: สามารถทราบเพศทารกได้จากการตรวจ DNA จากเลือดของคุณแม่ในบางรูปแบบการตรวจ โดยหนึ่งในวิธีที่ใช้กันคือการตรวจสารพันธุกรรมแบบไม่รุกล้ำ เช่น NIPT ซึ่งวิเคราะห์ cell-free DNA (cfDNA) ที่พบอยู่ในกระแสเลือดของคุณแม่
ระหว่างตั้งครรภ์ ในเลือดของคุณแม่จะมี DNA ที่มาจากรกปะปนอยู่กับ DNA ของคุณแม่เอง โดย DNA จากรกส่วนใหญ่สะท้อนข้อมูลทางพันธุกรรมของทารก จึงสามารถนำมาตรวจวิเคราะห์โครโมโซมบางชนิด รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับโครโมโซมเพศได้
หลักการสำคัญคือ หากการตรวจพบสารพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับ โครโมโซม Y ก็สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการระบุว่าทารกมีเพศโครโมโซม XY ส่วนกรณีที่ไม่พบสัญญาณดังกล่าวอาจสอดคล้องกับ XX อย่างไรก็ตาม การรายงานเพศและรายละเอียดของการตรวจขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจและห้องปฏิบัติการที่ให้บริการ
ดังนั้น คำว่า “ตรวจ DNA รู้เพศลูก” อาจหมายถึงการตรวจจากเลือดแม่เพื่อระบุข้อมูลเพศของทารก หรืออาจหมายถึงการตรวจ DNA เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของบริการก่อนทุกครั้ง
ตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์กี่สัปดาห์ ถึงจะรู้เพศไปพร้อมผลตรวจอื่น
โดยทั่วไป NIPT สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 10 สัปดาห์ขึ้นไป และหากแพ็กเกจหรือห้องปฏิบัติการรองรับการรายงานเพศ ก็สามารถได้รับข้อมูลเพศทารกไปพร้อมกับผลการคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมบางชนิดได้
NIPT เป็นการตรวจจากเลือดของคุณแม่ จึงไม่จำเป็นต้องเก็บตัวอย่างจากภายในถุงน้ำคร่ำหรือใช้เข็มเจาะเข้าไปในโพรงมดลูกเหมือนการตรวจวินิจฉัยแบบ invasive prenatal diagnosis
อย่างไรก็ตาม ควรแยกให้ชัดเจนว่า NIPT เป็นการตรวจคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคโดยตรง หากพบผลคัดกรองที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
สำหรับการตรวจ DNA บางประเภทเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาก่อนคลอด อาจมีเกณฑ์อายุครรภ์และวิธีเก็บตัวอย่างแตกต่างจาก NIPT จึงควรสอบถามห้องปฏิบัติการก่อนเข้ารับบริการ
ความแม่นยำของการรู้เพศจากตรวจเลือดแม่ เทียบกับอัลตราซาวด์

การตรวจจากเลือดแม่และการอัลตราซาวด์มีหลักการแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำผลมาเปรียบเทียบในลักษณะที่ว่า “วิธีไหนดีกว่ากัน” เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าต้องการข้อมูลอะไร
การตรวจจากเลือดแม่
การตรวจที่วิเคราะห์ cfDNA สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครโมโซมเพศได้ตั้งแต่อายุครรภ์ค่อนข้างน้อย โดย NIPT บางชนิดสามารถรายงานเพศทารกได้ และผู้ให้บริการบางรายระบุความแม่นยำในการระบุเพศมากกว่า 99% แต่ตัวเลขดังกล่าวขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจ วิธีวิเคราะห์ และเงื่อนไขของแต่ละห้องปฏิบัติการ
การอัลตราซาวด์
อัลตราซาวด์ใช้คลื่นเสียงเพื่อสร้างภาพทารกในครรภ์ และแพทย์สามารถประเมินเพศจากลักษณะทางกายภาพเมื่ออวัยวะเพศของทารกพัฒนาและสามารถมองเห็นได้ชัดเจนเพียงพอ โดยการตรวจอัลตราซาวด์ช่วงประมาณ 18–22 สัปดาห์มักเป็นช่วงสำคัญของการประเมินโครงสร้างทารกอย่างละเอียด
ความชัดเจนของการดูเพศจากอัลตราซาวด์อาจแตกต่างกันตามอายุครรภ์ ตำแหน่งของทารก คุณภาพของภาพ และปัจจัยอื่น ๆ ดังนั้นจึงอาจไม่สามารถยืนยันเพศได้ทุกครั้งตั้งแต่การตรวจครั้งแรก
สรุปง่าย ๆ คือ การตรวจเลือดสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับเพศได้เร็วกว่า ส่วนอัลตราซาวด์มีข้อดีตรงที่สามารถเห็นลักษณะทางกายภาพของทารกและประเมินโครงสร้างต่าง ๆ ไปพร้อมกัน
ตรวจ DNA รู้เพศเร็วกว่าอัลตราซาวด์ เหมาะกับคุณแม่กลุ่มไหน
การตรวจจากเลือดแม่อาจเหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับเพศทารกตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีแผนตรวจ NIPT อยู่แล้วเพื่อคัดกรองความเสี่ยงของความผิดปกติของโครโมโซม และแพ็กเกจที่เลือกสามารถรายงานเพศทารกได้
กลุ่มที่อาจสนใจ ได้แก่
- คุณแม่ที่ต้องการทราบข้อมูลเพศทารกตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์
- คุณแม่ที่วางแผนตรวจ NIPT อยู่แล้ว และต้องการข้อมูลเพศเพิ่มเติมในรายงาน
- คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการวางแผนเตรียมของใช้หรือจัดห้องสำหรับลูกล่วงหน้า
- ผู้ที่ต้องการข้อมูลทางพันธุกรรมจากการตรวจเลือดโดยไม่ต้องรอการมองเห็นอวัยวะเพศจากอัลตราซาวด์
อย่างไรก็ตาม หากจุดประสงค์หลักคือ การพิสูจน์ว่าบุคคลหนึ่งเป็นบิดาทางชีวภาพของทารกหรือไม่ การตรวจดังกล่าวเป็นคนละวัตถุประสงค์กับ NIPT และควรเลือกบริการตรวจ DNA ที่ออกแบบมาสำหรับการพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดโดยเฉพาะ
ข้อควรรู้ก่อนตรวจ DNA เพื่อรู้เพศลูก

แม้การตรวจจากเลือดแม่จะเป็นวิธีที่สะดวกและสามารถให้ข้อมูลได้ตั้งแต่อายุครรภ์ค่อนข้างน้อย แต่ก็มีข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ
1. ผลตรวจขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจ
ไม่ใช่การตรวจ DNA ทุกประเภทที่จะรายงานเพศทารก การตรวจบางชนิดมีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด ขณะที่ NIPT มีวัตถุประสงค์หลักในการคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมบางชนิด และอาจมีการรายงานเพศเป็นส่วนหนึ่งของผลตรวจ ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและนโยบายของผู้ให้บริการ
2. อายุครรภ์และปริมาณ cfDNA มีความสำคัญ
การตรวจต้องมี DNA ที่มาจากรกในปริมาณเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์ หากปริมาณ DNA ที่ตรวจได้ไม่เพียงพอ ผลอาจไม่สามารถรายงานได้ หรืออาจต้องเก็บตัวอย่างและตรวจซ้ำตามคำแนะนำของผู้ให้บริการ
3. กรณีตั้งครรภ์แฝดอาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน
การตั้งครรภ์แฝดหรือการตั้งครรภ์ที่มีเงื่อนไขบางอย่างอาจทำให้การวิเคราะห์มีความซับซ้อนมากขึ้น และความสามารถในการรายงานเพศอาจแตกต่างกันตามชนิดของการตรวจ จึงควรแจ้งข้อมูลการตั้งครรภ์แก่ผู้ให้บริการก่อนตรวจ
4. ผลตรวจเพศไม่ควรใช้แทนการประเมินทางการแพทย์ทั้งหมด
การทราบเพศเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งของการดูแลครรภ์ คุณแม่ยังควรเข้ารับการฝากครรภ์และตรวจตามกำหนด รวมถึงการอัลตราซาวด์ตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะอัลตราซาวด์สามารถประเมินพัฒนาการและโครงสร้างของทารกได้ ซึ่งเป็นคนละประโยชน์กับการตรวจ DNA จากเลือด
5. ควรเลือกผู้ให้บริการและทำความเข้าใจขอบเขตของผลตรวจ
ก่อนตรวจควรสอบถามว่าเป็นการตรวจประเภทใด ตรวจอะไรได้บ้าง สามารถรายงานเพศหรือไม่ ใช้ตัวอย่างอะไร และผลตรวจมีข้อจำกัดอย่างไร เพื่อให้ความคาดหวังตรงกับสิ่งที่การตรวจสามารถให้ข้อมูลได้จริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ตรวจแล้วรู้ผลเพศพร้อมกับผลดาวน์ซินโดรมเลยไหม
ในกรณีที่เป็น NIPT และแพ็กเกจนั้นรองรับการรายงานเพศ คุณแม่สามารถได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเพศทารกพร้อมกับผลการคัดกรองความเสี่ยงของความผิดปกติของโครโมโซม เช่น Trisomy 21 หรือดาวน์ซินโดรม รวมถึง Trisomy 18 และ Trisomy 13 ได้
แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดของแพ็กเกจที่เลือกกับผู้ให้บริการ เพราะ NIPT แต่ละรายการอาจรายงานข้อมูลไม่เหมือนกัน และ NIPT เป็นการตรวจคัดกรอง ไม่ใช่การยืนยันว่าทารกเป็นหรือไม่เป็นโรค
ผลตรวจเพศคลาดเคลื่อนได้ไหม กี่เปอร์เซ็นต์
มีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ แม้การตรวจจาก cfDNA จะมีความแม่นยำสูง โดยผู้ให้บริการบางรายรายงานความแม่นยำในการระบุเพศมากกว่า 99%
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำตัวเลขเดียวมาใช้กับการตรวจทุกประเภท เพราะความแม่นยำขึ้นอยู่กับวิธีตรวจ อายุครรภ์ ปริมาณ fetal fraction และปัจจัยอื่น ๆ หากต้องการตัวเลขที่แน่นอน ควรสอบถามห้องปฏิบัติการที่ให้บริการโดยตรง
ในกรณีที่ผลตรวจไม่สอดคล้องกับผลอัลตราซาวด์ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุและยืนยันข้อมูล
ต้องตรวจแยกจากการตรวจ NIPT ทั่วไปหรือไม่
ขึ้นอยู่กับประเภทของ NIPT และแพ็กเกจที่เลือก หากแพ็กเกจ NIPT มีบริการรายงานเพศทารกอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจแยกเพื่อดูเพศอีก
แต่หากเป็นการตรวจ DNA เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดก่อนคลอด การตรวจดังกล่าวมีวัตถุประสงค์แตกต่างจาก NIPT และควรสอบถามรายละเอียดกับผู้ให้บริการโดยตรง
สรุป ตรวจ DNA แล้วรู้เพศลูกในท้องได้ไหม
การตรวจ DNA จากเลือดของคุณแม่บางประเภทสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับเพศทารกได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 10 สัปดาห์ โดยเฉพาะการตรวจ NIPT ที่มีการรายงานเพศในแพ็กเกจ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่อยากทราบข้อมูลเร็ว โดยไม่ต้องรอให้อวัยวะเพศของทารกมองเห็นได้ชัดจากอัลตราซาวด์
อย่างไรก็ตาม การตรวจเลือดและการอัลตราซาวด์มีจุดประสงค์แตกต่างกัน การตรวจ DNA จากเลือดเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรม ขณะที่อัลตราซาวด์ช่วยประเมินภาพและพัฒนาการของทารก ดังนั้นทั้งสองวิธีจึงสามารถใช้ประกอบกันได้ตามคำแนะนำของแพทย์
หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับ การตรวจ DNA ก่อนคลอด การตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างบิดาและบุตร หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บตัวอย่างและขั้นตอนการตรวจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก BCC Group และสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อเลือกการตรวจให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของคุณ





เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น