ธุรกิจ

ฉาวสะเทือนวงการ! พบ Data Center กลางกรุงเก็บดีเซลกว่า 2 แสนลิตร ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรองไร้ใบอนุญาต จ่อดำเนินคดี

🔊
THAI iSN LISTENฟังข่าวนี้เลือกฟังเนื้อหาแทนการอ่าน

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานเข้าตรวจสอบ Data Center แห่งหนึ่งบนถนนพระราม 9 ใกล้โรงพยาบาลพระราม 9 ภายหลังประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ร้องเรียนว่าได้กลิ่นคล้ายน้ำมันเชื้อเพลิงลอยออกมาเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก จนบางรายมีอาการหน้ามืดและอาเจียน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบการติดตั้งถังเก็บน้ำมันดีเซลขนาดใหญ่ มีปริมาณมากกว่า 200,000 ลิตร เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรองสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กรณีไฟฟ้าหลักขัดข้อง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจัดเก็บน้ำมันดังกล่าวยังไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย จึงเตรียมแจ้งความและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยกฎหมายอาจมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (prd.go.th)

ประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนไม่ได้มีเพียงเรื่องการเก็บน้ำมันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทำเลที่ตั้งของ Data Center ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชนหนาแน่นและใกล้โรงพยาบาล หากเกิดการรั่วไหล เพลิงไหม้ หรือเหตุฉุกเฉิน อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ป่วย และสถานประกอบการโดยรอบ

นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังพบกลิ่นน้ำมันบริเวณบ่อพักน้ำภายในอาคาร เบื้องต้นมีการตรวจพบก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า รวมถึงสารระเหยกลุ่ม VOCs ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำและสิ่งแวดล้อมไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันแหล่งที่มาและระดับผลกระทบอย่างละเอียด (TOPNEWS)

กรณีดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลกำลังเร่งจัดระเบียบธุรกิจ Data Center ทั่วประเทศ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมี Data Center ที่เปิดให้บริการแล้ว 35 โครงการ ขณะที่มีโครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง 49 โครงการ และอยู่ระหว่างการขออนุญาตหรือรอพิจารณาอีก 117 โครงการ รวมทั้งหมด 166 โครงการ

คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการ Data Center จึงมีมติให้ชะลอการก่อสร้างและการอนุมัติโครงการบางส่วนเป็นการชั่วคราว เพื่อจัดทำมาตรฐานกลางเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ การจัดเก็บเชื้อเพลิง ระบบสำรองพลังงาน ผังเมือง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใน 1 เดือน (bangkokbiznews.com)

กรณี Data Center พระราม 9 จึงกลายเป็นคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยกำลังเร่งดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีเร็วกว่าการวางกฎระเบียบหรือไม่ และหน่วยงานรัฐจะสามารถควบคุมโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ให้เติบโตโดยไม่สร้างความเสี่ยงต่อชุมชนได้อย่างไร

หมายเหตุ: ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและดำเนินคดี จึงควรรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและคำชี้แจงจากผู้ประกอบการก่อนสรุปว่ามีการกระทำผิดทั้งหมด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น

  • เชื่อมต่อจากประเทศไทยและเข้าสู่ระบบด้วย Facebook
  • อีเมลต้องยืนยันแล้ว และหมายเลขโทรศัพท์ไทยต้องผ่าน OTP
  • ห้ามบอท สแปม ลิงก์หรือข้อมูลติดต่อที่ลงท้ายด้วย .ru
edit_note

ร่วมแสดงความคิดเห็น

shield_lockอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่
ทุกความคิดเห็นจะแสดงหลังผ่านการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บไซต์