สุขภาพ

รู้ยัง? “โยเกิร์ต” ห้ามกินคู่กับสิ่งนี้! เสี่ยงท้องอืด-ทำลายจุลินตรีย์ดี พังทั้งสุขภาพ

🔊
THAI iSN LISTENฟังข่าวนี้เลือกฟังเนื้อหาแทนการอ่าน

โยเกิร์ตเป็นอาหารที่หลายคนเลือกกินเป็นประจำ เพราะมีโปรตีน แคลเซียม และจุลินทรีย์มีชีวิตบางสายพันธุ์ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะโยเกิร์ตที่ระบุว่ามีจุลินทรีย์มีชีวิต แต่รู้หรือไม่ว่า “สิ่งที่กินคู่กับโยเกิร์ต” ก็มีส่วนต่ออาการท้องอืด แน่นท้อง และสุขภาพโดยรวมได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าโยเกิร์ตมีอาหารที่ “ห้ามกินคู่กัน” แบบเด็ดขาดสำหรับทุกคน แต่มีอาหารบางกลุ่มที่หากรับประทานพร้อมกันในปริมาณมาก อาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักขึ้น หรือเพิ่มโอกาสเกิดแก๊สและอาการไม่สบายท้องในคนที่มีระบบทางเดินอาหารไวต่ออาหารบางชนิด

1. โยเกิร์ตกับอาหารที่มีน้ำตาลสูง

โยเกิร์ตรสหวาน เครื่องดื่มโยเกิร์ต และโยเกิร์ตที่เติมน้ำตาล เมื่อรับประทานคู่กับขนมหวาน น้ำหวาน หรือของหวานที่มีน้ำตาลสูง อาจทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น

การรับประทานน้ำตาลสูงเป็นประจำไม่ใช่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม และอาจส่งผลต่อสมดุลของอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวัน หากต้องการดูแลสุขภาพ ควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือสูตรน้ำตาลน้อย แล้วเติมผลไม้สดในปริมาณพอเหมาะแทน

2. โยเกิร์ตกับผลไม้ที่ทำให้เกิดแก๊สง่าย

ผลไม้บางชนิดมีคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายบางคนย่อยหรือดูดซึมได้ไม่ดี เช่น ผลไม้ที่มีฟรุกโตสหรือโพลิออลในปริมาณสูง หากรับประทานมากอาจทำให้เกิดแก๊ส ท้องอืด หรือปวดท้องได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีลำไส้ไวต่ออาหาร

หากกินโยเกิร์ตพร้อมผลไม้แล้วรู้สึกแน่นท้องเป็นประจำ ควรลองลดปริมาณและสังเกตว่าอาหารชนิดใดเป็นตัวกระตุ้นอาการ

3. โยเกิร์ตกับอาหารไขมันสูง

อาหารทอด ของมัน และอาหารที่มีไขมันสูงอาจทำให้การย่อยอาหารช้าลงในบางคน เมื่อนำมารับประทานพร้อมโยเกิร์ตหรือมื้ออาหารขนาดใหญ่ จึงอาจรู้สึกแน่นท้อง อิ่มนาน หรือไม่สบายท้องได้

ไม่ได้หมายความว่าไขมันจะ “ฆ่าจุลินทรีย์ดี” ในโยเกิร์ตโดยตรง แต่การรับประทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำอาจไม่เหมาะกับเป้าหมายการดูแลสุขภาพลำไส้และสุขภาพโดยรวม

4. โยเกิร์ตกับอาหารที่ร่างกายไม่ถูกกับมัน

บางคนอาจมีภาวะย่อยแลคโตสได้ไม่ดี ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด มีแก๊ส หรือถ่ายเหลวหลังรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม แม้ว่าโยเกิร์ตมักมีแลคโตสน้อยกว่านม และบางคนสามารถรับประทานได้โดยไม่มีปัญหา

ดังนั้น หากกินโยเกิร์ตแล้วมีอาการผิดปกติ ควรสังเกตปริมาณและชนิดของโยเกิร์ต รวมถึงอาหารอื่นที่รับประทานร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องเหมารวมว่าโยเกิร์ตไม่ดีต่อทุกคน

5. โยเกิร์ตกับอาหารเสริมบางชนิด

หากรับประทานยา วิตามิน หรือแร่ธาตุบางชนิด ควรตรวจสอบคำแนะนำบนฉลากหรือสอบถามเภสัชกรก่อนรับประทานพร้อมโยเกิร์ต เพราะแคลเซียมและส่วนประกอบในอาหารอาจมีผลต่อการดูดซึมยาบางชนิดได้

โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำ ไม่ควรใช้โยเกิร์ตเป็นตัวช่วยในการกินยาโดยไม่ตรวจสอบก่อน

กินโยเกิร์ตอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ?

  • เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือน้ำตาลน้อย
  • ตรวจฉลากปริมาณน้ำตาลก่อนซื้อ
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต หากต้องการประโยชน์ด้านจุลินทรีย์
  • เติมผลไม้สดและธัญพืชในปริมาณเหมาะสม
  • ไม่จำเป็นต้องกินโยเกิร์ตในปริมาณมากเพื่อหวังผลด้านสุขภาพ
  • หากกินแล้วท้องอืดหรือถ่ายผิดปกติ ควรสังเกตชนิดและปริมาณที่รับประทาน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาหลายชนิด ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเมื่อไม่แน่ใจ

สรุป

โยเกิร์ตไม่ได้มีอาหารที่ “ห้ามกินคู่กัน” แบบตายตัวสำหรับทุกคน แต่การจับคู่กับอาหารหวานจัด อาหารไขมันสูง หรืออาหารบางชนิดที่กระตุ้นอาการในแต่ละบุคคล อาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง หรือได้รับน้ำตาลและพลังงานมากเกินไปได้ การเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือหวานน้อย รับประทานในปริมาณพอเหมาะ และสังเกตการตอบสนองของร่างกาย จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น

  • เชื่อมต่อจากประเทศไทยและเข้าสู่ระบบด้วย Facebook
  • อีเมลต้องยืนยันแล้ว และหมายเลขโทรศัพท์ไทยต้องผ่าน OTP
  • ห้ามบอท สแปม ลิงก์หรือข้อมูลติดต่อที่ลงท้ายด้วย .ru
edit_note

ร่วมแสดงความคิดเห็น

shield_lockอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่
ทุกความคิดเห็นจะแสดงหลังผ่านการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บไซต์