พร้อมฟังข่าว
อุปกรณ์หรือเบราว์เซอร์นี้ยังไม่รองรับการอ่านออกเสียง
เกาะติดการเมือง 7 ต.ค. 2569 “เท้ง” เตรียมยื่นซักฟอกรัฐบาล 8 ต.ค. ขณะที่ “ทักษิณ” รอฟังคำสั่งคดีภาษี 17,493 ล้านบาท
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตา 2 ประเด็นสำคัญ ทั้งการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และความคืบหน้าคดีภาษีของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลภาษีอากรกลาง
“เท้ง” นำฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 8 ต.ค.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เตรียมนำพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
รายงานข่าวระบุว่า ญัตติดังกล่าวจะเป็นการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยมีรายงานว่าฝ่ายค้านเตรียมเสนอชื่อรัฐมนตรีประมาณ 18 คน ขณะที่ประเด็นที่จะถูกหยิบยกขึ้นตรวจสอบครอบคลุมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. รวมถึงปัญหาการบริหารราชการ เช่น สถานการณ์อุทกภัย การทุจริตสอบท้องถิ่น และปัญหาแก๊งสแกมเมอร์
การยื่นญัตติครั้งนี้เป็นกลไกตามระบบรัฐสภาที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านนำข้อสงสัยและข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารประเทศเข้าสู่การพิจารณาของสภา ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม
หลังจากยื่นญัตติแล้ว ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือกำหนดวันอภิปรายจริง รวมถึงรายละเอียดของญัตติและรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกเสนอให้ลงมติไม่ไว้วางใจ
ศาลภาษีอากรกลางนัดฟังคำสั่งคดี “ทักษิณ” 16 พ.ย.
อีกประเด็นสำคัญคือคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร ยื่นฟ้องกรมสรรพากรต่อศาลภาษีอากรกลาง กรณีการติดตามยึดและอายัดทรัพย์สินเพื่อนำไปชำระภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป โดยยอดภาษีที่กรมสรรพากรแจ้งประเมินอยู่ที่ 17,493,608,086.96 บาท หรือประมาณ 17,493 ล้านบาท
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ศาลภาษีอากรกลางได้ไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของนายทักษิณ ซึ่งฝ่ายโจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามกรมสรรพากรดำเนินการยึดหรือขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ จนกว่าคดีจะมีคำพิพากษา
จากนั้นศาลมีกำหนด นัดฟังคำสั่งเกี่ยวกับการคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.00 น. ซึ่งจะเป็นอีกวันสำคัญของคดีนี้
คดีดังกล่าวมีข้อโต้แย้งสำคัญเกี่ยวกับการบังคับชำระภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป โดยฝ่ายทนายของนายทักษิณยืนยันว่าการติดตามยึดและอายัดทรัพย์ในปัจจุบันมีประเด็นเรื่องการบังคับคดีซ้ำซ้อน ขณะที่ประเด็นทางกฎหมายและข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล





เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น